ประวัติความเป็นมา

      วิชชาลัยโคกหนองนาผัก ผ้า นาวัง (ศรีเพชรเกษตรพอเพียง) ก่อตั้งขึ้นจากความมุ่งมั่นของ“แม่สุภาพ” ที่เริ่มต้นจากการเข้าร่วมอบรมตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ในโครงการโคกหนองนา ด้วยความตั้งใจจริง แม้ต้องเดินทางไปอบรมเพียงลำพัง แม่ก็ไม่ย่อท้อในการเรียนรู้ หลังจากได้รับความรู้ แม่ได้นำมาพัฒนาแปลงของตนเองบนพื้นที่กว่า 3 ไร่ โดยยึดหลัก เศรษฐกิจพอเพียง และการใช้ วัตถุดิบจากธรรมชาติ งดใช้สารเคมี และผลิตอาหารปลอดภัยไว้สำหรับบริโภคในครัวเรือน และแบ่งปันแก่ชุมชน

       จากความขยันและจริงใจในการดำเนินงาน ทำให้พื้นที่ของแม่พาได้รับการยอมรับและพัฒนาเป็น “วิชชาลัย” หรือศูนย์เรียนรู้ที่มีผู้มาเยี่ยมชมและศึกษาดูงานจากหลากหลายพื้นที่ ทั้งในระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด กิจกรรมในวิชชาลัยครอบคลุมทั้งการเลี้ยงปลา การปลูกกล้วย การแปรรูปอาหาร การผลิตไข่เค็ม การตำเหมี่ยง ตลอดจนการปลูกข่าแบบปลอดสาร ซึ่งเป็นจุดเด่นของพื้นที่ โดยมีจุดมุ่งหมายในการแบ่งปันองค์ ความรู้ ถ่ายทอดเทคนิค และส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

        แม่สุภาพยึดหลักดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย “ทำทีละอย่าง กินข้าวทีละคำ เดินทีละก้าว” บ่มเพาะพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้จริง ที่เน้นการปฏิบัติด้วยใจรัก และพร้อมแบ่งปันให้กับทุกคนที่มาเยือน

แนวทางการดำเนินงานของวิชชาลัย

       มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นและของที่มีอยู่แล้ว เช่น การเลี้ยงปลา การปลูกกล้วย การปลูกข่า สร้างความรู้จากการปฏิบัติจริง ถ่ายทอดต่อให้ผู้อื่นที่มาอบรมหรือศึกษาดูงาน ใช้แนวคิด “เฮ็ดไปเรื่อย ๆ กะภูมิใจ” ค่อย ๆ สร้าง ค่อย ๆ เติบโต ไม่เน้นผลผลิตเชิงพาณิชย์ แต่เน้นการ แบ่งปัน ความรู้ พันธุ์พืชอาหาร ใช้หลัก “ทำทีละอย่าง กินข้าวทีละคำ เดินทีละก้าว” สร้างรายได้พอประมาณจากผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ไข่เค็ม กล้วยฉาบ อาหารปลา และตำเหมี่ยง

โครงสร้างของวิชชาลัย

จุดเด่นของวิชชาลัย

     กิจกรรมในวิชชาลัยครอบคลุมทั้งการเลี้ยงปลา การปลูกกล้วย การแปรรูปอาหาร การผลิตไข่เค็ม การตำเหมี่ยง ตลอดจนการปลูกข่าแบบปลอดสาร ซึ่งเป็นจุดเด่นของพื้นที่ โดยมีจุดมุ่งหมายในการแบ่งปันองค์ความรู้ ถ่ายทอดเทคนิค และส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

หลักสูตรของวิชชาลัย

หลักสูตรฝึกอาชีพ : สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะและสามารถนำไปประกอบอาชีพ

  1. ออกแบบพื้นที่
    : เรียนรู้การวางแผนพื้นที่เกษตรแบบ โคก หนอง นา ตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่
    : การกำหนดสัดส่วนพื้นที่: หนองน้ำ 30%, โคก 30%, พื้นที่ปลูกพืช/ใช้สอย 40%
    : การจัดพื้นที่ให้มีแหล่งอาหาร น้ำ และพลังงานอย่างครบวงจร
  2. คนรักษ์ป่า
    : เรียนรู้การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
       : เทคนิคการปลูกไม้ยืนต้นร่วมกับพืชกินได้
       : การใช้วัสดุในท้องถิ่นสร้างความชุ่มชื้นให้ดิน
  3. คนรักษ์น้ำ
    : การขุดหนอง ขุดคลองไส้ไก่
    : ระบบเก็บน้ำฝน และการกรองน้ำใช้แบบธรรมชาติ
    : การฟื้นฟูแหล่งน้ำตื้นเขิน
  4. คนรักษ์แม่ธรณี
    : การปรับปรุงดินด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด
    : การใช้ใบไม้แห้งและเศษฟางคลุมดิน
  5. คนติดดิน
    : การปลูกผักอินทรีย์
    : การทำแปลงผักยกร่อง/แปลงผักแบบพอเพียง
    : การหมักดินด้วยจุลินทรีย์สังเคราะห์แส
  6. คนรักแม่โพสพ
    : เรียนรู้การปลูกข้าวแบบไม่ใช้สารเคมี
    : การเพาะพันธุ์ข้าวท้องถิ่น
    : การแปรรูปข้าวเป็นอาหาร/ผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน
  7. คนเอาถ่าน
    : การเผาถ่านจากเศษไม้/ไม้ไผ่
    : การใช้ถ่านในการปรับปรุงดินและดูดกลิ่น
  8. คนมีไฟ
    : การใช้เตาเศรษฐกิจ/เตาซังข้าวโพ
    : การผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์
  9. คนรักษ์สุขภาพ
    : การใช้สมุนไพรพื้นบ้าน เช่น ฟ้าทะลายโจร ขิง ตะไคร้
    : การทำลูกประคบ ยาหม่อง น้ำมันนวด
    : การอบสมุนไพรแบบโบราณ
  10. ทำอาหารปลาแบบลดต้นทุน
    : ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น รำละเอียด เศษผัก ฟักทองหมัก
    : ใช้จุลินทรีย์ EM ช่วยหมัก
    : ปั้นเป็นก้อนและตากแห้งไว้ใช้ได้นาน
  11. ไข่เค็มดองเกลือ : สามารถแปรรูปเป็นไข่เค็มพอกดินหรืออบสมุนไพรได้
  12. ปุ๋ยหมัก : เพิ่มประสิทธิภาพด้วยการใส่เศษถ่านหรือแกลบดำ