แรงบันดาลใจ
        แรงบันดาลใจของนายภฤพิสิฐ อุ่นช่อง เริ่มต้นจากความหลงใหลใน ศิลปะจิตรกรรมบนฝาหนัง ซึ่งสะท้อนความงดงามของลวดลายที่มีความหมายเชิงวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง ประกอบกับการมองเห็น “เศษผ้า” ที่เหลือจากการทอ จึงเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการนำองค์ประกอบทั้งสองมาผสานกัน
เขาเริ่มทดลองใช้เศษผ้าเป็นเสมือนผืนฝาหนัง แล้วใช้ “จ้ำคำ” หรือการพิมพ์ลวดลายด้วยมือ ลงบนพื้นผ้าโดยใช้สีธรรมชาติและสีประดิษฐ์แบบปลอดภัย ผลลัพธ์ที่ได้คือผลงานศิลป์ที่มีความงดงามเฉพาะตัว และสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า กระเป๋า หรือของตกแต่งบ้าน สร้างรายได้ให้กับชุมชน

องค์ความรู้ / ความเชี่ยวชาญ/ เทคนิคพิเศษในงานผ้า
        เทคนิคการ “จ้ำคำ” บนผืนผ้า“จ้ำคำ” คือ เทคนิคการพิมพ์ลวดลายด้วยการใช้พู่กันหรือไม้จ้ำแบบเฉพาะตัว แต้มสีลงบนผืนผ้าอย่างอิสระ โดยมีพื้นฐานจากศิลปะท้องถิ่นและลวดลายประเพณี
ขั้นตอนและความเชี่ยวชาญพิเศษ
1. การเตรียมผืนผ้า
-ใช้ผ้าทอมือทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหม
-ผ่านการฟอกเพื่อให้เนื้อผ้ารับสีได้ดี
2. การออกแบบลวดลาย
-ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ประติมากรรมพื้นถิ่น และจินตนาการ
-ออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่ซ้ำแบบ
3. การจ้ำคำด้วยพู่กันหรืออุปกรณ์เฉพาะ
-ใช้พู่กันแบบท้องถิ่น หรืออุปกรณ์จ้ำที่ทำขึ้นเอง
-จ้ำลงบนผ้าด้วยแรงมือที่สม่ำเสมอ โดยเน้นความกลมกลืนของสีและความชัดของลวดลาย
4. การลงสีและการซ้อนสี
-ใช้เทคนิคการไล่เฉด การซ้อนสี หรือการผสมสีเพื่อให้เกิดมิติและความนุ่มนวล
-สีที่ใช้มักเป็นสีธรรมชาติหรือสีปลอดสาร เพื่อความปลอดภัยและคงทน
5. การเคลือบหรือล็อกสี
-หลังพิมพ์ลายเสร็จจะมีขั้นตอนการอบหรือรีดเพื่อคงสีให้อยู่กับผืนผ้าได้นาน

ความคิดเห็นเกี่ยวกับการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าทอท้องถิ่น
        การอนุรักษ์และพัฒนาผ้าทอท้องถิ่นควรเริ่มจากการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาศึกษาและเรียนรู้ เพื่อให้เข้าใจถึงคุณค่าและภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษได้สั่งสมไว้ การเรียนรู้เหล่านี้ไม่เพียงเป็นการรักษาวัฒนธรรม แต่ยังสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ในอนาคต หรือใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ “ผ้าไม่ใช่แค่สิ่งทอ แต่เป็นพื้นผิวแห่งการเล่าเรื่อง ถ้าเราใช้หัวใจสร้างสรรค์ มันจะกลายเป็นผลงานที่คนอยากใส่และอยากเก็บไว้” นายภฤพิสิฐ อุ่นช่อง คือศิลปินผู้พลิกเศษผ้าให้กลายเป็นผลงานศิลปะที่มีชีวิต ผ่านเทคนิค “จ้ำคำ” ที่เขาคิดค้นและพัฒนาขึ้นจากภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานกับจินตนาการร่วมสมัย เขาไม่เพียงสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและชุมชน แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ผ้าทอพื้นบ้านก้าวไปสู่โลกแฟชั่นและศิลปะได้อย่างทรงพลัง