วิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู
ผ้าฝ้ายกะตุ่ยโป่งแค
จุดเริ่มต้นเล็กๆ นี้เกิดจากการรวมกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนที่มีเวลาว่างจากการไม่มีอาชีพประจำ ให้หันกลับมาทอผ้าจากฝ้ายพันธุ์พื้นถิ่นอย่าง “ฝ้ายกะตึ่ย” และฝ้ายสีขาว
จากผืนแผ่นดินบ้านโป่งแค อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู ที่ครั้งหนึ่งเคยมีวิถีชีวิตผูกพันกับ “ฝ้าย” อย่างแนบแน่น ชาวบ้านในอดีตปลูกฝ้าย ปั่นด้าย ทอผ้า และสวมใส่ผ้าทอเองเป็นเรื่องปกติในครัวเรือน จนเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ความสะดวกสบายของผ้าสำเร็จรูปเริ่มเข้ามาแทนที่ ภูมิปัญญาเดิมจึงเริ่มถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา
ได้เกิดการรื้อฟื้นและสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าฝ้ายขึ้นอีกครั้งโดยชาวบ้านรุ่นใหม่ที่เล็งเห็นถึงคุณค่า ความงาม และอัตลักษณ์ของผ้าฝ้ายท้องถิ่น จุดเริ่มต้นเล็กๆ นี้เกิดจากการรวมกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนที่มีเวลาว่างจากการไม่มีอาชีพประจำ ให้หันกลับมาทอผ้าจากฝ้ายพันธุ์พื้นถิ่นอย่าง “ฝ้ายกะตึ่ย” และฝ้ายสีขาว
แม้ในช่วงแรกผลิตภัณฑ์จะไม่ได้รับความสนใจจากตลาด แต่ “ผู้ใหญ่ณี” หัวหน้ากลุ่ม ซึ่งมีองค์ความรู้ด้านการตัดเย็บและการออกแบบเสื้อผ้า จากประสบการณ์ที่เรียนมาจากสถาบัน จึงเริ่มนำผ้าฝ้ายมาสร้างเป็นเสื้อผ้าสวมใส่เอง จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างแบรนด์และแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัย มีเอกลักษณ์
วิชชาลัยผ้าฝ้ายกะตุ่ยโป่งแค จังหวัดหนองบัวลำภู มุ่งเน้นการดำเนินงานภายใต้หลักการ อนุรักษ์องค์ความรู้ดั้งเดิม ผสานกับ นวัตกรรมร่วมสมัย โดยใช้กลยุทธ์การมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และส่งต่อภูมิปัญญาสู่คนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน ผ่านแนวทางหลักดังนี้
พัฒนาหลักสูตรอบรมการทอผ้าฝ้ายแบบดั้งเดิม การย้อมสีธรรมชาติ และเทคนิค Ecoprinting เพื่อถ่ายทอดสู่เยาวชน คนในชุมชน และผู้สนใจทั่วไป โดยใช้กระบวนการ “เรียนรู้จากการลงมือทำจริง” และเรียนรู้ในพื้นที่จริงของชุมชน
ควบคุมทุกขั้นตอนของการผลิตตั้งแต่ ปลูกฝ้าย – ปั่นด้าย – ย้อมสี – ทอผ้า – ออกแบบ – ตัดเย็บ – แปรรูปสินค้า ภายใต้แนวคิด “หนึ่งกลุ่ม ครบทุกทักษะ” โดยใช้วัตถุดิบธรรมชาติในท้องถิ่น เช่น ฝ้ายกะตุ่ย, สีจากเปลือกไม้, ใบไม้, ดอกไม้ ฯลฯ
เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุ และแม่บ้านที่อยู่บ้านว่างงาน ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต เช่น การทอผ้า การเย็บ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ สร้างระบบรับงานไปทำที่บ้าน ทำให้สมาชิกมีความยืดหยุ่นในการทำงาน และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
ผสมผสานการออกแบบร่วมสมัยกับผ้าไทย เช่น เสื้อผ้าสำหรับวัยรุ่น ของใช้ตกแต่ง และของที่ระลึกร่วมมือกับนักออกแบบและภาคเอกชนเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว
เน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ ปลอดสารเคมี ทั้งในกระบวนการผลิตและการย้อมสี และใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และลดของเสียจากการผลิต เช่น การใช้เศษผ้ามาทำโบว์, กระเป๋า, ตุ๊กตา ฯลฯ
พัฒนาช่องทางจำหน่าย ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ และผ่านงานแสดงสินค้า OTOP ส่งเสริมการจัดกิจกรรมศึกษาดูงาน ท่องเที่ยวเรียนรู้ผ้าฝ้ายในชุมชน เพื่อเชื่อมโยงตลาดกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม