เดิมพื้นที่ในชุมชนบ้านโนนสังมีการทอผ้าไหมและผ้าฝ้ายแบบดั้งเดิม สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน บ้านเรือนเกือบทุกหลังมีการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้าใช้ในครัวเรือน เป็นวิถีชีวิตที่ผูกพันกับผืนผ้ามาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในอดีตพื้นที่นี้เคยเป็นแหล่งปลูกหม่อนขนาดใหญ่ มีโรงหม่อน โรงไหม และเป็นแหล่งผลิตเส้นไหมที่สำคัญ

          คุณโช่เติบโตมากับภาพเหล่านี้ตั้งแต่วัยเยาว์ แม้จะต้องออกไปศึกษาต่อและทำงานในเมืองหลวง แต่เมื่อถึงจุดเปลี่ยนในชีวิตได้กลับบ้าน พร้อมคำถามในใจว่า “จะทำอะไรต่อไป”แต่เลือกที่จะไม่เดินตามรอยพ่อแม่ในเรื่องการเกษตรเพียงอย่างเดียวหรือทำงานในรูปแบบเดิม แต่กลับพบว่าสิ่งที่มีอยู่ในชุมชนคือขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรม  ผ้าทอ แต่ยังขาดการส่งเสริมอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการรวมกลุ่ม การพัฒนาแบบลวดลาย หรือการตลาดที่ตอบโจทย์ยุคสมัย ด้วยความที่เคยมีพื้นฐานการช่วยยายและแม่ทอผ้าเมื่อยังเด็ก มาต่อยอดเป็นลายผ้าร่วมสมัย ส่งผลงานเข้าประกวดจนได้รับรางวัลหลายรายการ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้างแรงจูงใจอย่างแท้จริง

แนวทางการดำเนินงานของวิชชาลัย

        การผลิต สมาชิกสามารถทำงานจากที่พักของตนเองได้ ทำให้สามารถดูแลภารกิจในครัวเรือนควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานส่วนกลาง เช่น ค่าสาธารณูปโภค และสร้างความยืดหยุ่นในการทำงาน

         ศูนย์กลางประสานงาน  สถานที่ของกลุ่มทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับการประชุม การประสานงาน การรับคำสั่งซื้อ และการจัดกิจกรรมต่างๆ แต่กระบวนการผลิตหลักจะกระจายตัวอยู่ในชุมชน

        สถานะผู้ผลิตต้นน้ำ (Upstream Producer): กลุ่มมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ผลิตผ้าผืนคุณภาพสูง เพื่อส่งต่อให้กับนักออกแบบ (Designer) หรือห้องเสื้อต่างๆ ซึ่งเป็นการสร้างรายได้จากวัตถุดิบและภูมิปัญญาโดยตรง

          บทบาทซ้อนในฐานะผู้ประกอบการ: นอกจากเป็นผู้ผลิตแล้ว สมาชิกในชุมชนยังมีบทบาทเป็นพ่อค้าคนกลาง ในตัวเอง ทำให้รายได้หมุนเวียนและกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชนเป็นหลัก

โครงสร้างของวิชชาลัย

จุดเด่นของวิชชาลัย

         กลุ่มมีความเชี่ยวชาญในกระบวนการผลิตผ้าทออย่างครบวงจร ตั้งแต่การเข็นฝ้าย ปั่นด้าย  การย้อมสี การมัดหมี่ ไปจนถึงการทอผ้า โดยมีบุคลากรหลักที่เป็นครูภูมิปัญญาผู้มีความชำนาญสูง อาทิ คุณแม่คำตา แสนเลิศ และคุณแม่ปิ่นทอง แสนเลิศ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ

หลักสูตรของวิชชาลัย

  1. หลักสูตรการย้อมสีจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น การย้อมคราม (2 วัน)
    การเตรียมอุปกรณ์ ทำความเข้าใจวัสดุย้อม ส่วนประกอบการของการให้สี องค์ความรู้เรื่องวัสดุ การลงมือปฏิบัติจริง สรุปผลการปฏิบัติงาน
  2. หลักสูตรการมัดหมี่และการออกแบบลายสร้างสรรค์  (3 วัน)
    วันแรก ชี้แจงอธิบายรายละเอียดเบื้องต้นของโครงการ การเตรียมอุปกรณ์
    วันที่สอง ลงมือปฏิบัติจริง ออกแบบลวดลาย เริ่มมัด
    วันที่สาม ลงมือปฏิบัติจริง ย้อม สรุปผลการปฏิบัติงาน
  3. หลักสูตรการฝึกทักษะการทอผ้าขิดและการเก็บตะกอ (5 วัน)
    วันแรก ชี้แจงอธิบายรายละเอียดเบื้องต้นของโครงการ การเตรียมอุปกรณ์
    วันที่สอง ลงมือปฏิบัติจริง ออกแบบลวดลาย
    วันที่สาม ลงมือปฏิบัติจริง เก็บตะกอ ตามลายที่ออกแบบ
    วันที่สี่ เก็บลายตามที่ออกแบบ
    วันที่ห้า สรุปผลการปฏิบัติงาน
  4. หลักสูตรพื้นฐาน เช่น การปั่นด้าย และการปลูกฝ้าย (3 วัน)
    อธิบายการ ปลูกฝ้าย การเก็บวัตถุดิบ การแปรรูปฝ้าย และลงมือปฏิบัติจริง
  5. หลักสูตรการเพ้นท์ลายบนผ้าด้วยเนื้อครามสำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจ (2 ชั่วโมง)
    เตรียมแบบเพ้นท์ลาย อุปกรณ์ สี ลงมือปฏิบัติจริงเพ้นท์ลายบนผ้าด้วยเนื้อคราม และรองานผลงานแห้ง และสามารถนำใช้ได้